รถจมน้ำ ประกันจ่ายไหม ซ่อมแล้วเคลมประกันได้หรือเปล่า

ใครจะรู้ว่าภัยจาก “น้ำ” อาจสร้างความเสียหายต่อผู้ขับขี่ และรถยนต์ได้มากกว่าที่คุณคิด จากข่าวที่ได้พบเห็นกันบ่อย ๆ กรณีอุบัติเหตุรถจมน้ำบ้าง รถตกคลองบ้าง หรือน้ำท่วมรถยนต์ก็ตาม คุณทราบหรือไม่ว่าความเสียหายดังกล่าวสามารถเคลมประกันรถได้ แต่กรณีไหนบ้างที่ประกันให้ความคุ้มครอง และกรณีใดที่ผู้ขับขี่อาจต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วยตัวเอง DirectAsia มีตัวอย่างอุบัติเหตุ พร้อมรวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้ว
รถตกน้ำ รถจมน้ำทั้งคัน ประกันจ่ายไหม
บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าซ่อมหรือให้ความคุ้มครองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประเมินของเจ้าหน้าที่ ว่ารถยนต์ที่ตกน้ำ หรือรถจมน้ำ อยู่ในสภาพเช่นไร และมีความเสียหายมากน้อยเพียงใด โดยบริษัทจะพิจารณาความเสียหายดังกล่าวแบ่งเป็น 2 สถานะด้วยกัน ได้แก่ รถยนต์เกิด “ความเสียหายอย่างสิ้นเชิง” และ รถยนต์ “เสียหายแต่ไม่สิ้นเชิง” เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น DirectAsia ขอนำคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ ดังนี้
รถยนต์เสียหายอย่างสิ้นเชิง คืออะไร
หมายถึง รถยนต์เสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ หรือหากจะซ่อมรถยนต์นั้นให้กลับคืนสภาพเดิม ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เกิดความเสียหาย ดังนั้น หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนเป็นผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงแล้ว บริษัทมีหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ (แต่กรณีที่มีการออกเอกสารแนบท้าย 137 การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รับประโยชน์ (ร.ย.24) ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้แล้ว บริษัทจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อน)
ซึ่งหากรถยนต์นั้นได้ทำประกันภัยไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่ารถยนต์ในขณะเอาประกันภัยแล้ว ในการรับค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ จะต้องโอนรถยนต์นั้นให้แก่บริษัทด้วย โดยบริษัทจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการโอนทั้งหมด ไม่ว่าค่าธรรมเนียมการโอน ตลอดจนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
แต่หากรถยนต์ของคุณได้รับการประเมินว่าเกิดความเสียหายสิ้นเชิง บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง หากทุนประกันภัยของคุณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าของรถยนต์ในขณะที่เอาประกันภัย เจ้าของกรมธรรม์หรือผู้รับประโยชน์จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บริษัทประกันทันที โดยค่าใช้จ่ายบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบ และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุดลง
ตัวอย่างกรณีอุบัติเหตุรถยนต์จมน้ำ
กรณีทุนประกันมากกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์
นาย A ทำประกันรถชั้น 1 ไว้ แบบเลือกจ่ายทุนประกัน 800,000 บาท ขณะที่มูลค่ารถยนต์ตอนทำประกันอยู่ที่ 1,000,000 บาท ต่อมานาย A ขับรถตกน้ำจมมิดทั้งคัน ซึ่งบริษัทประกันประเมินแล้วว่ารถนาย A เสียหายสิ้นเชิง ไม่สามารถซ่อมให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้ บริษัทประกันจึงชดเชยค่าเสียหายเต็มทุนประกันที่ 800,000 บาท พร้อมเก็บซากรถของนาย A ไว้เป็นทรัพย์สินของบริษัท
กรณีทุนประกันน้อยกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์
นาย B ทำประกันรถชั้น 1 ไว้ แบบเลือกจ่ายทุนประกัน 700,000 บาท ขณะที่มูลค่ารถยนต์ตอนทำประกันอยู่ที่ 1,000,000 บาท ต่อมานาย B ขับรถตกน้ำจมมิดทั้งคัน ซึ่งบริษัทประกันประเมินแล้วว่ารถนาย B เสียหายสิ้นเชิง ไม่สามารถซ่อมให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้ บริษัทประกันจึงชดเชยค่าเสียหายเต็มทุนประกันที่ 700,000 บาท พร้อมคืนซากรถให้นาย B โดยความคุ้มครองของประกันภัยก็จะสิ้นสุดลงเช่นกัน
รถยนต์เสียหายแต่ไม่ถึงเสียหายสิ้นเชิง
หมายถึง เป็นความเสียหายที่บริษัทประกันประเมินแล้วว่ารถยนต์ยังพอซ่อมได้ ค่าเสียหายไม่ถึง 70% ของมูลค่ารถยนต์ หรือเท่ากับว่ารถยนต์นั้นยังไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัท และผู้เอาประกันภัยอาจทำความตกลงกันได้ถึงวิธีการชดใช้ ว่าจะให้บริษัทรับผิดชดใช้โดยวิธีการซ่อม การเปลี่ยนรถยนต์ หรือให้ชดใช้เป็นเงินก็ได้ แต่หากคู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ ให้ใช้ราคามาตรฐานที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมกับสมาคมอู่กลางการประกันภัย และสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน
และหากอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมแซม หรือจัดเปลี่ยนไม่อาจหาได้ในท้องตลาด จำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ บริษัทจะรับผิดไม่เกินราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งความประสงค์ ขอให้นำอะไหล่เข้ามาจากต่างประเทศทางอากาศได้ แต่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบส่วนต่างของค่าขนส่งเอง
รถจมน้ำ บริษัทประกันจ่ายชดเชยความเสียหายภายกี่วัน
สำหรับรถยนต์ที่ความเสียหายเกิน 70% หรือเสียหายโดยสิ้นเชิง บริษัทประกันจะใช้เวลาในการคืนทุนเต็มจำนวนตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ระหว่างผู้เอาประกัน และบริษัทประกัน แต่หากคืนทุนล่าช้ากว่ากำหนดมาก แนะนำให้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานให้
ทำประกันรถยนต์ชั้นใดก็ได้กับ DirectAsia รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.* บัตรเติมน้ำมัน* พร้อมการันตีบริการเคลมไว ถึงจุดเกิดเหตุภายใน 30 นาที* ติดต่อสอบถามเรื่องการเคลมได้ตลอด 24 ชม.ที่เบอร์ 02-767-7788 สามารถค้นหาอู่ซ่อม และศูนย์บริการในเครือกว่า 1,000 แห่ง* เลยที่ >> อู่ซ่อมรถ ร้านซ่อมรถ เคลมประกัน ในเครือไดเร็คเอเชีย <<
สำหรับใครที่ต้องการอ่านรายละเอียดคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านกันได้ ที่นี่
ทั้งนี้ DirectAsia อยากให้คุณศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ หรือรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ เพราะท้ายที่สุดผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่บริษัทประกัน แต่เป็นเจ้าของกรมธรรม์นั่นเอง สนใจปรึกษาเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับประกันรถยนต์ โทร 02-767-7777 หรือเพิ่มเพื่อนในไลน์ได้เลยที่ Line@: directasiathailand หรือ https://www.directasia.co.th DirectAsia พร้อมอยู่กับคุณตั้งแต่ต้นจนจบ
สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+ , ประกันรถยนต์ 3+ , ประกันชั้น 2 , และ ประกันชั้น 3 คลิก https://www.directasia.co.th/
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด