What can we help you with?

ภาษีรถยนต์ คืออะไร คิดราคาอย่างไร ต่ออย่างไรให้รวดเร็ว

ภาษีรถยนต์ คืออะไร คิดราคาอย่างไร ต่ออย่างไรให้รวดเร็ว

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายทุกเดือนที่คนมีรถต้องเสียอย่างค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาแล้ว รู้หรือไม่ว่า ในแต่ละปียังต้องมีค่าใช้จ่ายประจำปีที่สำคัญๆ อยู่ 2 เรื่องใหญ่ๆ นั่นก็คือ การต่อภาษีรถยนต์ และ พ.ร.บ.รถยนต์ เพราะนานๆ จ่ายที เลยมีอาการลืมบ้างเป็นธรรมดา พี่กู๊ดจึงอยากมาแนะนำ List ง่ายๆ ให้แต่ละคนได้เตรียมตัวในทุกๆ ปี พร้อมเทคนิคเด็ดๆ ในการต่อที่ง่ายจนไม่ต้องออกจากบ้านก็สามารถทำได้ครับ

ภาษีรถยนต์ คืออะไร ต่างจาก พรบ ไหม

ภาษีรถยนต์ คือ ภาระที่ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องรับผิดชอบ โดยอัตราของภาษีรถจะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์และอายุปีของรถ ส่วน พ.ร.บ. คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ. ที่มีเพื่อการคุ้มครองผู้ขับขี่ และบุคคลที่สามในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง ซึ่งทั้งสองส่วนนั้นสำคัญทั้งคู่ หากไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ทำทั้งสองอย่าง ก็จะมีผลทางกฎหมาย หากตำรวจตรวจพบจะมีโทษปรับเนื่องจากไม่แสดง พ.ร.บ.รถยนต์ ไม่เกิน 1,000 บาทและหากเราไม่ได้ต่อพรบรถยนต์ ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ได้ ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จะมีโทษปรับเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งนี้ ถ้าคุณขาดการต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับทันที! ทำให้การต่อทะเบียนอีกครั้งเป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่รวมกับค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือนจนถึงวันที่เราจ่ายอีกต่างหาก เห็นไหมครับ เรื่องนี้สำคัญมากแค่ไหน

ภาษีรถยนต์ ต่อง่ายนิดเดียว

การต่อภาษีรถยนต์ นั้นสามารถทำได้ง่าย หากเราเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย ก็จะยิ่งง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกครับ ต้องเตรียมอะไรกันบ้าง พี่กู๊ดมีมาแนะนำแล้ว ดูกันได้เลย

  1. เล่มทะเบียนรถยนต์ หรือ สำเนารายการจดทะเบียนรถยนต์
  2. พ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายผ่านนายหน้า หรือ บริษัทรับทำประกันรถยนต์ทั่วประเทศ ตลอดจนกรมขนส่งก็ได้เช่นกัน
  3. หากรถของคุณอายุเกิน 7 ปี อีกสิ่งที่ต้องมี คือ ใบรับรองการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ โดยจะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)

ตรวจสภาพรถ ตรอ. ตรวจอะไรบ้าง

  • ตรวจความพร้อมของสัญญาณไฟ เช่น ไฟหน้า ไฟสูง ไฟหรี่ ไฟกะพริบ ฯลฯ
  • ตรวจสภาพของการเบรก ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
  • ตรวจควันดำ โดยใช้ระบบกระดาษกรอง

ภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่

ภาษีรถยนต์ของรถแต่ละคันนั้นไม่เหมือนกัน โดยจะต้องดูที่หลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งประเภทรถ รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ น้ำหนักรถ อายุของรถ  รวมถึง ลักษณะการใช้งาน โดยรถที่ใช้รับจ้างหรือขนส่งนั้น ราคาก็จะต่างจากรถส่วนบุคคล พี่กู๊ดนำวิธีการคำนวณรถส่วนบุคคลมาให้ลองคำนวณภาษีรถยนต์ของคุณกันดูว่าในแต่ละปีต้องจ่ายเท่าไหร่กัน

รถป้ายทะเบียนขาวตัวหนังสือดำ (รถปกติทั่วไป): คิดภาษีจากขนาดของเครื่องยนต์ (c.c.) ยิ่งเครื่องใหญ่ก็จะยิ่งแพงขึ้น

ขนาดของเครื่องยนต์ (c.c.)

ภาษีต่อ c.c.

1-600 c.c.

50 สตางค์
601-1,800 c.c.

1.50 บาท

1801 c.c. - ขึ้นไป

4 บาท

คำนวณภาษีรถยนต์ อย่างไร

ตัวอย่างการคำนวณ รถยนต์อายุรถ 4 ปี เครื่องยนต์ 1,500 cc

  1. 600 cc แรก cc ละ 0.5 บาท = 600 x 0.5 = 300 บาท
  2. 601-1500 cc ละ 1.50 บาท = (1,500 – 600) = 899 x 1.50 = 1,348.50 บาท

ดังนั้นจะต้องจ่ายภาษีทั้งหมด 300 + 1,348.50 = 1,648.50 บาท

รถส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง : คิดภาษีจากน้ำหนักรถที่ระบุไว้ในเล่มรถ ยิ่งน้ำหนักเยอะก็จะต้องจ่ายภาษีมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คิดราคาดังนี้

น้ำหนักรถ

รถบรรทุกส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
(รถป้ายทะเบียนขาวตัวหนังสือเขียว)

รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
(รถป้ายทะเบียนพื้นขาวตัวหนังสือน้ำเงิน)

751 – 1000 กิโลกรัม

600 บาท1,300 บาท

1,001 – 1,250 กิโลกรัม

750 บาท

1,251 – 1,500 กิโลกรัม

900 บาท

1,501 – 1,750 กิโลกรัม

1,050 บาท

1,751 – 1,800 กิโลกรัม

1,350 บาท

1,801 – 2,000 กิโลกรัม1,350 บาท

1,600 บาท

2,001 – 2,500 กิโลกรัม

1,650 บาท

นอกจากนี้จะมีการการลดภาษีเมื่อรถยนต์มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ดังนี้

  • อายุการใช้งานเกิน 6 ปี จะได้รับส่วนลดค่าภาษี 10%
  • อายุการใช้งานเกิน 7 ปี จะได้รับส่วนลดค่าภาษี 20%
  • อายุการใช้งานเกิน 8 ปี จะได้รับส่วนลดค่าภาษี 30%
  • อายุการใช้งานเกิน 9 ปี จะได้รับส่วนลดค่าภาษี 40%
  • อายุการใช้งานเกิน 10 ปี จะได้รับส่วนลดค่าภาษี 50%

เทคนิคต่อภาษีรถยนต์แบบง่ายและเร็ว

ปัจจุบันกรมขนส่งได้อำนวยความสะดวกในการต่อภาษีอย่างมาก นอกเหนือจากการชำระตาม ที่ทำการไปรษณีย์ เคาท์เตอร์เซอร์วิส ไฟแนนซ์ ห้างบิ๊กซี (บางสาขา) แล้วพี่กู๊ดอยากแนะนำ 2 วิธีเพิ่มเติมที่นอกจากจะง่ายแล้ว ยังสะดวกแบบสุดๆ ไปเลยครับ

ใครถนัดแบบไหนมากกว่ากันลองเลือกช่องทางการต่อไปนี้กันดู

ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี (เลื่อนล้อต่อภาษี)

การต่อทะเบียนเดี๋ยวนี้ใช้เวลาน้อยมากๆ อีกทั้งยังไม่ต้องลงจากรถอีกต่างหาก ลองจินตนาการว่า เรากำลังสั่งซื้ออาหารแบบ Drive Thru กันครับ ซึ่งวิธีการนี้คือการชำระภาษีรถประจำปีแบบเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ซึ่งมีบริการอยู่ภายนอกอาคาร สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ แล้วขึ้นอาคารไปต่อทะเบียน เพียงขับรถไปยังบริเวณดังกล่าว แล้วยื่นเอกสารที่เตรียมไว้ ก็จะได้รับคู่มือจดทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ภายใน 2 นาที ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังนานกว่า พี่กู๊ดคอนเฟิร์มเลยว่าทั้งง่ายและเร็วจริงๆ ครับ

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

ยุคที่อินเทอร์เน็ตถึงทั่วทุกที่แล้วแบบนี้ กรมขนส่งเองก็ยังเอื้ออำนวยให้กับคนที่ไม่สะดวกต่อทะเบียนรถที่กรมขนส่งสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมขนส่ง โดยเราจะต้องเตรียมไฟล์เอกสารข้างต้นที่พี่กู๊ดได้บอกไว้ ไปอัปโหลดผ่านทางเว็บไซต์ลงทะเบียน แต่การซื้อแบบออนไลน์จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าภาษีรถยนต์ โดยจะมีค่าจัดส่งเอกสาร 40 บาท และค่าธรรมเนียมการจ่ายเงินขึ้นอยู่ว่าคุณจ่ายผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิตครับ

ทั้งนี้ หากทำธุรกรรมข้างต้นเรียบร้อยจะใช้เวลาประมาณ 7-15 วันทำการ ในการที่ทางกรมการขนส่งจะส่งเอกสารต่างๆ มาให้ แต่ถ้ามีปัญหา หรือยังไม่ได้รับเอกสาร ก็สามารถติดตามเรื่องได้ที่ โทร. 1584 ได้

ภาษีรถยนต์ ต่อครบสบายใจ แต่ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม

จริงอยู่ว่า การที่เราต่อทะเบียนรถยนต์และพ.ร.บ. ก็สบายใจได้ว่า หากมีการตรวจคุณเองก็จะไม่โดนปรับในเรื่องของการต่อทะเบียน หรือ พ.ร.บ. แต่ก็ไม่สามารถวางใจได้ 100% เต็ม เนื่องจากประกันรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ. ที่คุณได้ทำไปนั้นคุ้มครองผู้ขับขี่ และบุคคลที่สามในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุนั้นอาจไม่เพียงพอ ดังนั้น คุณอาจจะต้องมองหาประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นตัวช่วยค่าใช้ค่าจ่ายยามเกิดเหตุ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์พร้อมเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 เซฟ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 2, และประกันชั้น3 คลิกเว็บไซต์ DirectAsia หรือสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ โทร 02-767-7777

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด